ความรู้ทั่วไป

ปรับบ้านเก่าให้เย็น

บ้านเก่าก็เย็นได้แค่ใส่ใจพื้นที่ ‘รอบบ้าน’ 

“รื้อหลังคา ทำฝ้าใหม่ เพิ่มฉนวนให้ผนัง” ฟังดูแล้วเป็นเรื่องใหญ่ที่ดูไกลตัว สำหรับบ้านของคุณเกินไปใช่ไหมครับ วันนี้เรามีวิธีการ ทำบ้านเก่าของคุณให้เย็นขึ้นได้แบบไม่ต้องใช้เวลามากขนาดนั้น ด้วยการเลือกใช้วัสดุเพื่อ การสะท้อน กันร้อน และระบายความร้อน ที่ช่วยกันดูแล “พื้นที่รอบบ้าน” เพื่อการต่อสู้กับความร้อนครับ

1. ส่วนที่จอดรถ และทางเดินหน้าบ้าน 
ถ้าพื้นที่จอดรถ หรือทางเดินหน้าบ้าน ของคุณเป็นพื้นคอนกรีตเทเต็มบริเวณ แนะนำให้ลองปรับเปลี่ยนมาใช้บล็อกปูพื้นที่ช่วยเรื่องการดูดซึมน้ำเอาไว้ใน ตัวมาใช้จะดีกว่าครับ ข้อดีของเจ้าบล็อกนี่การการเก็บกักน้ำเอาไว้ในตัว เมื่อได้รับความร้อนจากแสงแดดความชื้นก็จะระเหยเป็นไอเย็นขึ้นมา ลงทุนแค่เวลา ค่าอุปกรณ์ปูใหม่แต่รับรองว่าผลที่ได้รับคุ้มค่าแน่นอน

2. พื้นที่เหลือระหว่างรั้ว และตัวบ้าน
พื้นที่เหลือระหว่างรั้ว และตัวบ้านแนะนำให้ทำเป็นบ่อน้ำตื้นๆ ไม่ว่าจะเป็นบ่อบัว หรือบ่อเลี้ยงปลาที่ได้บรรยากาศและช่วยสร้างความชื้น เพราะเมื่อแสงแดดส่องลงมา น้ำก็จะระเหยเป็นไอและพัดพาความชื้นเข้าสู่ตัวบ้าน อุณหภูมิในบ้านก็จะลดลงได้ง่ายๆ


หลักการออกแบบควรพิจารณาตำแหน่งของแหล่งน้ำให้อยู่ในทิศตะวันตก หรือทิศใต้ของบ้าน เพื่อให้แสงแดดตอนบ่ายสร้างไอน้ำและระเหยเข้าสู่ตัวบ้าน เสริมด้านบนด้วยส่วนของชายคาถ้าสามารถยื่นออกมาแล้วใช้ฝ้าเจาะช่องเพื่อ ระบายความร้อน รับรองว่าบ้านก็เย็น ประหยัดพลังงานจากเครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย

3. สวน และทางเดินรอบบ้าน
พื้นที่รอบบ้านขนาดเล็กทั้งสวนหรือ ทางเดินรอบบ้าน หลักการออกแบบก็เช่นเดียวกับที่จอดรถคือหลีกเลี่ยงการเทพื้นคอนกรีตขนาดใหญ่ ให้เลือกเป็นบล็อกปูพื้นแนะนำให้เลือกแบบที่ปลูกหญ้าด้วยก็จะยิ่งช่วยให้ บ้านสวยและเย็น แต่ถ้าเลือกไม่ได้ให้เทพื้นคอนกรีตสลับกับการทำพื้นทางเดินจากไม้หมอนรถไฟ ใช้พืชคลุมดินประกอบหรือจะเลือกเป็นเทคนิคสวนกระถาง ใช้กระบะปลูกต้นไม้สำเร็จรูปที่มีระบบการระบายน้ำภายใน ที่ทั้งง่ายและช่วยลดความร้อนรอบบ้านได้ แค่นี้ก็ช่วยให้รอบบ้านและบ้านของเราเย็นขึ้นได้

4. ทำให้รอบบ้านร่ม และไม่สะสมความร้อน
หลักการการสุดท้ายที่ช่วยคลายร้อนให้บ้านได้แก่การเพิ่มร่มเงาให้พื้นที่รอบ บ้าน และผนังภายนอก ด้วยการออกแบบหลังคาเบา หรือแผงระแนงด้านบนเพื่อลดการปะทะโดยตรงจากแสงแดด อาจสร้างเป็นพื้นที่นั่งเล่นด้วยศาลาไม้สำเร็จรูปสวยๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศ และประโยชน์ใช้สอยไปพร้อมๆ กัน อีกหนึ่งส่วนสำคัญได้แก่ผนังนอกบ้านที่สามารถเลือกใช้ระแนงกันแดดที่หาซื้อ ง่าย แค่ใช้หลักการติดตั้งในลักษณะบานเกล็ดเฉียง 45 องศาที่พิสูจน์แล้วว่าจะสามารถบังแดดได้มากกว่าปกติ เว้นระยะห่างระหว่างผนังกับแผงระแนงราว 15 เซนติเมตร ก็ยิ่งช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี แค่นี้บ้านก็เย็นได้ไม่ยากเลย

องค์ประกอบในบ้านเก่า เอาไปซ่อมหรือซื้อใหม่ดีหลายองค์ประกอบในบ้านมือสองที่หลายคนลองคิดแล้วว่าอันไหนควรซ่อมอันไหนควรซื้อใหม่ วันนี้เรามีไอเดียเรื่องนี้มาฝาก

• Wallpaper
วอลเปเปอร์ชำรุดเสียหาย ซ่อมหรือซื้อใหม่ดี มีปัจจัยการพิจารณาหลายประการ ตั้งแต่เรื่องอายุการใช้งานไป
จนถึงสภาพโดยรวมของวอลเปเปอร์ ซึ่งสามารถประเมินความเสียหายข้างต้นก่อนว่าเกินกว่า 30 เปอร์เซ็นของ
ผนังหรือไม่ ถ้าไม่เกินก็ขอให้พิจารณาซ่อมแซมโดยสามารถทำได้ด้วยการใช้วอลเปเปอร์ลายเดิม ตัดขนาดให้ใหญ่กว่าจุดที่เกิดรอยเสียหายสักหน่อย ใช้กาวติดลงไปในบริเวณที่เสียหายแล้วกดเบาๆ ให้แผ่นใหม่กับแผ่นเดิมติดกัน จากนั้นก็ใช้คัทเตอร์กรีดให้ทะลุจากแผ่นใหม่ด้านบนลงไปให้ถึงแผ่นเก่าด้านล่าง ค่อยๆ เลาะออกมาจนเห็นเป็นร่องเว้า เสร็จแล้วก็ลอกแผ่นเก่าที่ติดมาออก แล้วปิดตัวใหม่ลงไปแทนที่ ใช้ลูกกลิ้งกดทับไปมาในบริเวณนั้นจนกลมกลืน แค่นี้วอลเปเปอร์ก็กลับมาเหมือนใหม่เรียบเนียนดังเดิมได้แล้ว

• พื้นไม้
พื้นไม้จริง ปาร์เกต์ หรือไม้กระดานที่เกิดความเสียหายสามารถซ่อมแซมได้ ในกรณีที่มีการหลุดร่อน หรือโดน
ความชื้น วิธีการคือการนำพื้นเหล่านั้นไปตากแดด (ไม่จัด) ผึ่งลมให้แห้ง (ในกรณีที่ได้รับความชื้น) ติดตั้งใหม่
บนพื้นผิวที่แห้งสนิทเพิ่มความชัวร์ด้วยน้ำยากันความชื้น หรือถ้าเกิดความเสียหายกับพื้นไม้ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง
สามารถหาวัสดุมาเปลี่ยน เฉพาะจุดที่ได้รับความเสียหายได้

• กระเบื้องเซรามิก
ความเสียหายของกระเบื้องเซรามิกโดยมามักอยู่ที่การร่อนของกระเบื้อง และยาแนวที่เกิดจากอายุการใช้งาน
หรือความร้อนที่สะสมอยู่ใต้กระเบื้องดันให้ กระเบื้องหลุด และโก่งตัว ไม่แนะนำให้ซ่อมแซมเป็นบางจุด เพราะ
สีที่ต่างกันของกระเบื้องเก่าและใหม่อาจทำให้เกิดภาพที่ไม่สวยงาม ปัจจุบันมีวัสดุใหม่ๆ ที่ช่วยให้กระเบื้องยึดแน่นติดทนมากมายอาทิกาวซีเมนต์ ที่ช่วยให้การปูกระเบื้องง่ายและอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ทั้งรูปแบบ
กระเบื้องลายสวยที่ออกมาใหม่ๆ เจ้าของบ้านก็สามารถสนุกไปกับการปรับเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องนั้นๆ
ได้อีกด้วย

• เฟอร์นิเจอร์บิลด์อิน
ความเสียหายของเฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน ส่วนมากมักเกิดขึ้นกับส่วนโครงสร้าง ที่เกิดจากการผุกร่อน หรือการโค้งงอ โดยมากมักเกิดจากความชื้น หรือการใช้งานที่หนักเป็นเวลานาน หลายคนอาจไม่เลือกที่จะทำการซ่อมแซมเพราะใช้งบประมาณสูงพอๆ กับการซื้อใหม่ ส่วนใหญ่ที่สามารถซ่อมแซมได้มักอยู่ที่ความเสียหายในด้านของสีที่สามารถให้ ช่างพ่นสีใหม่ได้ วัสดุปิดผิวที่เปิดเองก็สามารถซ่อมแซมได้ด้วยการเปลี่ยนใหม่ ส่วนที่ควรได้รับการตรวจสอบเพื่อการเปลี่ยนหรือซ่อมแซมเพิ่มเติมยังได้แก่ รายละเอียดเล็กๆ อย่างรูกุญแจ ลูกบิด รวมถึงระบบไฟต่างๆ ที่อยู่ภายในตู้บิลท์อินด้วย

• รั้วบ้าน
ปัญหาของรั้วบ้านมักเกิดจากการทรุดตัวของพื้นดินบริเวณบ้าน ซึ่งทำให้เกิดรอยร้าว การเอียง หรือทรุดตัวเป็นคลื่น ถ้ามีเพียงเล็กน้อยสามารถใช้ไม้มาค้ำยัน หรือทุบ และก่อใหม่เฉพาะจุดที่เสียหาย แต่ถ้าเสียหายหลายจุดอาจจำเป็นต้องก่อใหม่ด้วยวัสดุที่เบากว่า เช่นอิฐมวลเบา หรือทำเป็นระแนงรั้วไม้ หรือไม้เทียม เพื่อให้น้ำหนักเบาลง
แต่ในกรณีที่ทรุดหรือเอียงมากๆ ต้องรื้อทำใหม่เท่านั้น

• ฉนวนกันความร้อน
ฉนวนกันความร้อนเก่าที่บาง และยุ่ยเปื่อยไปตามกาลเวลา แนะนำให้ซื้อเปลี่ยนใหม่ เพราะความร้อนที่เพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่องๆ ในบ้านเรา ฉนวนแบบเก่าอาจไม่สามารถต้านทานได้ ฉนวนกันความร้อนที่เหมาะกับการใช้งานในปัจจุบันควรเน้นแบบอย่างหนา ที่แนะนำว่าต้องหนาถึง 6 นิ้ว เพราะความหนากว่าจะช่วยให้ตัวฉนวนกักเก็บ ซึมซับความร้อนเอาไว้ในตัวได้มากกว่า คุ้มค่าคุ้มราคาเพราะลงทุนครั้งเดียวปกป้องบ้านได้นานกว่า